นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในการออกเสียงโหวตในสภาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อนในการประชุมสภาว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ Brexit โดยสาเหตุหลักของความพ่ายแพ้ครั้งนี้มาจากสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟของนายจอห์นสันเองเลือกโหวตมติฝั่งตรงข้ามมากถึง 21 ราย จอห์นสันต้องการนำพาสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป

ให้ทันเส้นตายวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยนายจอห์นสันยืนกรานว่า จะต้องออกจากอียูให้ได้ไม่ว่าสหราชอาณาจักรจะบรรลุข้อตกลงกับบรัสเซลล์ได้หรือไม่ก็ตาม ในขณะที่ ส.ส. ฝ่ายตรงข้ามของนายจอห์นสันพยายามขัดขวางความคิดนี้ โดยระบุว่าสหราชอาณาจักรไม่ควรถอนตัวจากอียูโดยปราศจากข้อตกลง และขอให้นายกฯเจรจากับอียูเพื่อเลื่อนเส้นตายออกไปเป็นวันที่ 31 มกราคมปีหน้าแทน ในที่สุดจากการลงคะแนนเสียงในสภาเมื่อวานนี้ พรรคคอนเซอร์เวทีฟของนายกฯบอริส จอห์นสัน พ่ายแพ้ไปด้วยคะแนน 301 ต่อ 328 คะแนน โดยในจำนวน 328 คะแนนนี้ มีโหวตจากสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟเองมากถึง 21 เสียง แม้ก่อนหน้านี้นายบอริสจะประกาศอย่างแข็งกร้าวแล้วว่า ใครก็ตามที่โหวตสวนมติพรรค จะต้องถูกขับไล่ออกจากพรรค